โดนหนัก! 🚨 หนุ่มจีนหัวร้อนพังช่องตรวจ ตม. 😤💥 เจอค่าชดใช้กว่า 4.5 แสนบาท แถมถูกขึ้นแบล็กลิสต์ทันที ⚠️ - เนื้อหาสำหรับคุณ

Friday, May 15, 2026

กรณีชายชาวจีนอาละวาดกลางสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เท้าถีบประตูช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Automated Border Control ที่พื้นที่ ตม.ขาออก และมีเหตุการณ์ขัดขืน สบถด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และพยายามจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 14 พ.ค.2569 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษก สตม. เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวนั้น เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ 13 พ.ค.69 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ก่อเหตุชื่อนาย ลีเว่ย เจิง ( LIWEI ZHENG ) อายุประมาณ 30 ปี สัญชาติจีน กำลังเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อโดยสารเที่ยวบิน 9C7282 ไปประเทศจีน

โดนหนัก หนุ่มจีนหัวร้อน พังช่องตรวจ ตม. อ่วม 4.5 แสน ขึ้นแบล็คลิสต์

ล่าสุด นายลีเว่ย โดยแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ นอกจากนั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายของช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าความเสียหายประมาณ 450,000 บาท

โดนหนัก หนุ่มจีนหัวร้อน พังช่องตรวจ ตม. อ่วม 4.5 แสน ขึ้นแบล็คลิสต์

นอกจากนั้น ยังดำเนินคดีในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 15 พ.ค.2569

กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 เพิกถอนวีซ่า นายลีเว่ย และสั่งให้ลงข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามในระบบ สตม. หรือ Blacklist เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม ห้ามเข้าประเทศไทยตลอดชีวิต พร้อมกับสั่งการให้ติดตามผลการดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อสิ้นสุดคดี ให้ผลักดันนายลีเว่ย กลับประเทศต่อไป

โดนหนัก หนุ่มจีนหัวร้อน พังช่องตรวจ ตม. อ่วม 4.5 แสน ขึ้นแบล็คลิสต์

พล.ต.ท.ภาณุมาศฯ ได้ฝากประชาสัมพันธ์ และเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ว่า ประเทศไทย ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน ทุกชาติ ที่ให้เกียรติต่อคนไทยและประเทศไทย การแสดงกริยา และกระทำผิดใด ๆ ในทุกรูปแบบ ทั้งคดีอาญา หรือแม้กระทั่งศีลธรรมอันดีของไทย ย่อมเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนวีซ่า และถูกส่งกลับประเทศทุกรายโดยเด็ดขาด พล.ต.ต.เชิงรณฯ กล่าว