หลายคนคิดว่า “ตู้เย็น” คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเก็บอาหาร เพราะความเย็นสามารถช่วยยืดอายุอาหารและป้องกันการเน่าเสียได้ แต่ความจริงแล้ว หากใช้งานผิดวิธี ตู้เย็นอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของสิ่งปนเปื้อนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่งวัยประมาณ 50 ปี กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ หลังทั้งคู่เข้ารับการตรวจสุขภาพและพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะเริ่มต้นพร้อมกัน
สิ่งที่ทำให้ครอบครัวแปลกใจคือ ทั้งสองคนไม่มีประวัติดื่มสุรา ไม่ได้พักผ่อนน้อยเป็นประจำ และไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่เห็นได้ชัดเจน
หลังจากแพทย์สอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารอย่างละเอียด จึงพบจุดที่น่าสงสัย นั่นคือ ตู้เย็นของครอบครัวที่มักเต็มไปด้วยอาหารเก็บไว้นาน และไม่ค่อยได้รับการทำความสะอาด
แพทย์เตือนว่า ตู้เย็นไม่ใช่ “พื้นที่หยุดเวลา” ที่สามารถเก็บอาหารทุกอย่างไว้ได้นานโดยไม่มีวันเสีย เพราะอาหารบางชนิดเมื่อเก็บผิดวิธีหรือทิ้งไว้นาน อาจเกิดเชื้อราและสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
โดยเฉพาะอาหาร 3 ประเภทนี้ หากพบในตู้เย็น ควรตรวจสอบให้ดี
1. เห็ดหูหนูหรือเห็
ดที่แช่น้ำนานเกินไปเห็ดหูหนูและเห็ดหลายชนิดเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่หลังจากนำไปแช่น้ำแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป
หลายคนมีนิสัยแช่เห็ดไว้ข้ามคืน หรือแช่จำนวนมากแล้วเก็บไว้กินหลายวัน ซึ่งอาจทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ โดยเฉพาะเมื่อเก็บในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
หากพบว่าเห็ดมีลักษณะผิดปกติ เช่น มีกลิ่นแปลก เหนียว ลื่น หรือเปลี่ยนสี ควรทิ้งทันที ไม่ควรเสียดาย
วิธีที่เหมาะสมคือ แช่เท่าที่ต้องใช้ และนำไปปรุงอาหารภายในเวลาที่เหมาะสม
2. ผลไม้ขึ้นรา เน่า หรือช้ำมาก
หลายบ้านมักทำแบบเดียวกัน คือเมื่อเห็นผลไม้เสียเพียงบางส่วน ก็เลือกตัดส่วนที่เสียออก แล้วกินส่วนที่เหลือต่อ
แต่ในความเป็นจริง เมื่อผลไม้เกิดเชื้อรา สิ่งที่มองเห็นด้วยตาอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะเชื้อราบางชนิดสามารถแพร่กระจายลึกเข้าไปในอาหารได้
การล้างน้ำหรือปาดส่วนเสียออก จึงอาจไม่ได้กำจัดความเสี่ยงทั้งหมด
หากผลไม้มีราขึ้น มีกลิ่นผิดปกติ หรือเน่าเสียชัดเจน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ควรรับประทานต่อ
3. ถั่วและธัญพืชที่ขึ้นรา หรือมีรสผิดปกติ
ถั่วลิสง เมล็ดพืช และธัญพืชต่าง ๆ หากเก็บไว้ในที่ชื้นหรือเป็นเวลานาน อาจเกิดเชื้อราได้
หากรับประทานแล้วพบว่ามีรสขม กลิ่นเหม็นหืน หรือมีคราบผิดปกติ ควรหยุดกินทันที
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลาก ไม่มีวันหมดอายุ หรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าผ่านการเก็บมานานแค่ไหน
อยากใช้ตู้เย็นให้ปลอดภัย ควรทำอย่างไร?
ควรทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำ อย่างน้อยทุก 1-3 เดือน
แยกอาหารดิบและอาหารสุกออกจากกัน
เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท
อย่าเก็บอาหารไว้นานจนลืม
ตรวจสอบกลิ่น สี และลักษณะอาหารก่อนรับประทาน
หลายครั้งสิ่งที่ดูเหมือนเป็น “ความประหยัด” เช่น เสียดายอาหารที่เริ่มเสีย หรือเก็บของไว้นานเกินไป อาจกลายเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต
ตู้เย็นช่วยยืดอายุอาหารได้ แต่ไม่ได้ทำให้อาหารอยู่ได้ตลอดไป ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในตู้เย็น เพราะสุขภาพของคนในครอบครัวมีค่ามากกว่าอาหารที่ต้องทิ้งไป.



