ไม่รู้ว่าผิด! 😱 สั่ง “คอตตอนบัด” โดนจับ-ปรับ 200 เท่า 🚨💸 - เนื้อหาสำหรับคุณ

Monday, March 30, 2026

เรื่องราวเตือนใจสำหรับสายช้อปปิ้งออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์

ล่าสุดหญิงชาวไต้หวันรายหนึ่งสั่งซื้อสำลีเมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนถูกตำรวจบุกจับถึงบ้าน

พร้อมโดนปรับกว่า 200 เท่าจากราคาที่ซื้อ! จากรายงานของสื่อไต้หวัน CTV News เผยว่า

หญิงไต้หวันรายหนึ่งได้สั่งซื้อ สำลีพันก้าน (cotton swabs) จำนวน 20 แพ็ก

จากแพลตฟอร์ม Taobao ประเทศจีน ในราคาประมาณ 500 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 600 บาทไทย)

เพื่อใช้เองภายในบ้าน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ เวลาผ่านไปกว่า 2 ปี

วันหนึ่งในช่วงเช้า เธอเตรียมจะออกจากบ้าน กลับพบว่าตำรวจมารออยู่หน้าประตู

พร้อมแสดงหมายจับ และพาตัวไปขังไว้ในสถานควบคุมตัวข้ามคืน!

โทษหนักเพราะละเมิดกฎหมายเครื่องมือแพทย์

แม้สินค้าดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรทำลายตั้งแต่ตอนนำเข้ามา

แต่เรื่องไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะการนำเข้า “อุปกรณ์ทางการแพทย์”

โดยไม่ขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ถือว่าผิดกฎหมาย

หญิงคนดังกล่าวยืนยันว่าไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้ว

แต่สุดท้ายเธอก็ถูกปรับเป็นเงินกว่า 100,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 115,000 บาท)

ซึ่งมากกว่าราคาสินค้าที่ซื้อถึง 200 เท่า ระวัง! รายการสินค้าต้องห้ามและมีจำกัด

ตามกฎหมายของไต้หวัน “กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ทางการแพทย์” ระบุว่า

การนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐก่อน หากฝ่าฝืน

อาจถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน

กรมศุลกากรและกระทรวงการคลังของไต้หวันเคยออกประกาศเตือนว่า

หากจะนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ส่วนตัว เช่น สำลี, ถุงยาง, หน้ากากแพทย์

หรือคอนแทคเลนส์แบบรายวัน ต้องอยู่ในปริมาณจำกัด และต้องไม่เกิน 1

ครั้งต่อคนภายในระยะเวลา 6 เดือน รายการสินค้าที่อนุญาตให้นำเข้าแบบไม่ต้องขออนุญาต

สำลีพันก้าน: ไม่เกิน 200 ชิ้น ถุงยางอนามัย: ไม่เกิน 60 ชิ้น หน้ากากแพทย์:

ไม่เกิน 250 ชิ้น คอนแทคเลนส์รายวัน: ไม่เกิน 60 ชิ้น (จำกัดแบรนด์

และค่าสายตาไม่เกิน 2 ระดับ) แผ่นแปะยา/พลาสเตอร์ยา: ไม่เกิน 4 หลอด/ขวด

หากเกินจากจำนวนดังกล่าว จะถือว่าเป็นการนำเข้าเชิงพาณิชย์

และต้องมีใบอนุญาตประกอบการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บทสรุป: ช้อปต่างประเทศ

อย่าชะล่าใจ เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับสายช้อปออนไลน์จากต่างประเทศ

โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งแม้ดูเหมือนไม่อันตราย

แต่กลับมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่เข้มงวด ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าแบบนี้

ควรศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ของสำนักงานอาหารและยา (FDA)

หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นๆ

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คุณน่าจะชอบ